วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

What Yaoi ????

       


             หลายๆท่านอาจจะสงสัยเกี่ยวกับประวัติความเป็นเป็นมาของ yaoi และมันเกิดขึ้นได้อย่างไง ลองอาจดู   [เครดิต จากบล็อกของffman ]

Yaoi คืออะไร?


       ในมุมมองของนักวิชาการแล้ว โดจินชิ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผลทางการตลาด แต่โดจินชิคือ สัญลักษณ์ ที่ต้องการการตีความอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางสัญลักษณ์มากมายนี้ “shonen-ai” (หรือ boy’s love) และ “yaoi” เป็นหนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจ อะไรซ่อนอยู่ภายใต้การ์ตูนที่แสดงออกถึงความรักของชายสองคนกันแน่?

     ปรากฏการณ์ shonenai และ yaoi นั้นเกิดขึ้นอย่างน่าพิศวง ครั้งแรกคุณโยเนซาวะได้ลองสังเกตงาน comiket แล้วพบว่านักวาดโดจินชิ 80% เป็นผู้หญิง ในช่วงยุค 70 นั้นโดจินชิมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ โดจินชิที่คิดเนื้อเรื่องและตัวการ์ตูนเอง กับที่นำตัวการ์ตูนจากเรื่องต้นฉบับมาเขียนล้อเลียนซึ่งหนึ่งในการล้อเลียนก็คือ yaoi คำว่า “yaoi” กำเนิดครั้งแรงช่วงปลายยุค 70 โดยซาคาตะ ยาซุโกะและฮัตสุ รินโกะ ที่ต้องการล้อเลียนโครงสร้างของงานเขียนโคลงจีนยุคเก่าซึ่งต้องประกอบด้วย ki (introduction บทนำ), syo (development ดำเนินเรื่อง), ten (transition จุดผกผัน), และ ketsu (conclusion บทสรุป) พวกเธอยำซะเละโดยสร้างงานที่ Yamanasi (no climax ไม่มีไคลแมกซ์), Ochinashi (no point ไม่มีประเด็น), และ Iminashi (no meaning ไม่มีความหมาย) กลายมาเป็นงานโดจินชิที่ชื่อ Loveri

ต่อมาในยุค 80 คำว่า yaoi ได้หมายความถึงงานการ์ตูนล้อเลียนที่มีผู้ชายสองคนเป็นตัวเอกและเน้นความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเนื้อหาหลัก ส่วน shonenai หมายถึงการ์ตูนที่มีผู้ชายสองคนเช่นกัน แต่เน้นความรักโรแมนติกและน่ารักอ่อนโยนกว่า ทั้ง yaoi และ shonenai ไม่ใช่การ์ตูนที่กล่าวถึงความรักของ เกย์ เลย แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของความรักที่ เหนือ (superior) กว่าความรักระหว่างคนต่างเพศทั่วไป

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ต้นกำเนิดของความสัมพันธ์แบบชายกับชายในการ์ตูนไม่ได้เกิดในดงโดจินชิเป็นที่แรก แต่กลับเกิดในงานการ์ตูนที่มีพิมพ์ขายแบบเป็นล่ำเป็นสัน เรื่องนั้นคือ Kaza to Ki no Uta หรือ A Poem of Wind and Trees งานเขียนของทาเคมิยะ เคย์โกะ ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนผู้หญิงในปี 1976 (งานของแกมีพิมพ์ในไทยหลายเรื่อง ที่ขายอยู่ตอนนี้คือ Crystal Lord Opera ของบุรพัฒน์ฯ) เรื่องนี้เป็นเรื่องของกิลเบิร์ต คอคโต เด็กหนุ่มรูปงามในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งที่มีอันต้องร่วมหอลงเตียงกับเพื่อนหนุ่มรูมเมท

อ.ทาเคมิยะเล่าให้ฟังว่ากว่าเรื่องนี้จะได้ลงตีพิมพ์ต้องฟาดฟันกับบรรณาธิการอยู่นานมาก แต่หลังจากลงไปแล้ว สิ่งที่เกิดตามมานั้นน่าทึ่งกว่าเพราะมันกลายเป็น ความดังเพียงชั่วข้ามคืน เรื่องนี้ได้ลงต่อเนื่องยาวนานในนิตยสารการ์ตูนผู้หญิงและส่งให้ shonenai กลายเป็นวัฒนธรรมการ์ตูนแบบใหม่

ต่อมาในปี 1978 นิตยสาร Comic June ได้วางแผงช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มของซาคาตะคิดค้นคำว่า yaoi ถือเป็นนิตยสารเล่มแรกที่มีแต่เรื่องชายกับชาย ที่แปลกว่านั้นคือทำเพื่อขายวัยรุ่นหญิง! ภาพยนตร์ก็ถูกนำมาทำเป็น yaoi เช่นกันซึ่งงานแรกๆที่ถูกจับมายำคือ Star Trek คู่เคิร์กกับสปอค (โอ้ววว)


แล้วคุณล่ะคิดว่ายังไง.......................

อ.ทาเคมิยะเล่าให้ฟังว่ากว่าเรื่องนี้จะได้ลงตีพิมพ์ต้องฟาดฟันกับบรรณาธิการอยู่นานมาก แต่หลังจากลงไปแล้ว สิ่งที่เกิดตามมานั้นน่าทึ่งกว่าเพราะมันกลายเป็น ความดังเพียงชั่วข้ามคืน เรื่องนี้ได้ลงต่อเนื่องยาวนานในนิตยสารการ์ตูนผู้หญิงและส่งให้ shonenai กลายเป็นวัฒนธรรมการ์ตูนแบบใหม่

ต่อมาในปี 1978 นิตยสาร Comic June ได้วางแผงช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มของซาคาตะคิดค้นคำว่า yaoi ถือเป็นนิตยสารเล่มแรกที่มีแต่เรื่องชายกับชาย ที่แปลกว่านั้นคือทำเพื่อขายวัยรุ่นหญิง! ภาพยนตร์ก็ถูกนำมาทำเป็น yaoi เช่นกันซึ่งงานแรกๆที่ถูกจับมายำคือ Star Trek คู่เคิร์กกับสปอค (โอ้ววว)


แล้วคุณล่ะคิดว่ายังไง.......................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น